ความสำคัญของการยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

ความสำคัญของการยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

จากประสบการณ์ในการให้บริการการปรึกษา พบว่าหลายครั้งผู้มารับบริการการปรึกษามักจะไม่ยอมรับหรือไม่อยากที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกในแง่ลบโดยเฉพาะหากเป็นอารมณ์ที่สังคมจะตัดสินว่าเราเป็นคนไม่ดีหรืออ่อนแอ เช่น อารมณ์โกรธ เคียดแค้น อิจฉา น้อยใจ เป็นต้น เรามักจะปฏิเสธอย่างรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ว่าเรามีอารมณ์เหล่านี้ เช่น เมื่อเกิดความรู้สึกแค้นหรืออิจฉาใครก็มักจะเบี่ยงไปเรียกเป็นอารมณ์อื่นๆแทน หรือกดอารมณ์เอาไว้ บอกตัวเองว่าเราไม่ควรรู้สึกอารมณ์เหล่านี้เพราะมันไม่ดีหรือทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี มีความกังวลว่าการยอมรับว่าเรามีอารมณ์ทางลบเหล่านี้เท่ากับเป็นการยอมรับว่าเราไม่เป็นคนดีและหากผู้อื่นรู้ ก็อาจจะมองเราไม่ดีด้วยเช่นกัน การปฏิเสธหรือไม่ยอมรับอารมณ์ความรู้สึกที่เรามีก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพจิตและพฤติกรรมของเราได้

ผลเสียแรกของการปฏิเสธอารมณ์ความรู้สึกที่เรามีคือ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการพิจารณาแก้ไข Lench และ Carpenter (2018) กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า อารมณ์ช่วยให้เราแก้ปัญหา ประโยคนี้น่าสนใจตรงที่ว่า โดยปกติคนเรามักจะมีความคิดว่า อารมณ์โดยเฉพาะอารมณ์ด้านลบคือปัญหา จึงทำให้เกิดความคิดเช่น ทำไมฉันจะต้องรู้สึกเศร้าด้วย ฉันไม่อยากเสียใจ ไม่อยากรู้สึกโกรธ ผิดหวัง นำไปสู่ความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความรู้สึกเหล่านี้

หารู้ไม่ว่าการปฏิเสธอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้นั่นแหละที่เป็นปัญหา ตัวอารมณ์ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่กลับเป็นสิ่งที่จะช่วยเราแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น หากเรามีอารมณ์อิจฉาที่เพื่อนร่วมงานได้เลื่อนตำแหน่ง แล้วเรายอมรับว่า เรารู้สึกอิจฉาที่เพื่อนได้เลื่อนตำแหน่ง ความรู้สึกอิจฉาไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความรู้สึกที่สะท้อนถึงปัญหาที่เรามีอยู่ ได้แก่ การมีความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง

เมื่อเรารับรู้เช่นนี้เราก็สามารถคิดวิเคราะห์ต่อได้ว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ความต้องการของเราได้รับการตอบสนอง หรือเพราะอะไรเราจึงมีความต้องการนั้น และเรายังอยากมีความต้องการนั้นอยู่หรือไม่ เมื่อพิจารณาเช่นนี้ การปฏิเสธอารมณ์อิจฉาที่มีอาจส่งผลให้เราปฏิเสธปัญหาที่เรามีอยู่ ทำให้ปัญหานั้นไม่ได้ถูกวิเคราะห์แก้ไข

ผลกระทบต่อมาของการไม่ยอมรับความรู้สึกและอารมณ์ของตนเองคือ เราจะไม่สามารถตระหนักรู้และควบคุมพฤติกรรมและการตัดสินใจของเราได้อย่างมีสติรู้ตัว (consciously) เมื่อร่างกายเผชิญกับภาวะอารมณ์ที่จิตใจของเราไม่พร้อมที่จะยอมรับ กลไกป้องกันทางจิตใจของเรา (defence mechanisms) (Malan, 1979; Smith & Garforth; 2012) จะมีวิธีการบิดเบือน ปฏิเสธ หรือกดความคิดและความรู้สึกนั้นไว้ ป้องกันไม่ให้เราต้องเผชิญกับภาวะอารมณ์ที่เราไม่พร้อมจะยอมรับ

ซึ่งตรงนี้เองที่อาจจะทำให้เรารับรู้หรือตีความความรู้สึกและสถานการณ์ของเราผิดไป ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ในหลายครั้งที่เราแสดงความโกรธออกมาใส่ผู้อื่น ภายใต้สภาวะความโกรธที่เราคิดว่าเรามีอาจจะมีความน้อยใจ เสียใจซ่อนอยู่ แต่เราไม่อยากยอมรับความรู้สึกน้อยใจหรือเสียใจนี้ เพราะเราเข้าใจว่ามันเป็นสภาวะอารมณ์ที่อ่อนแอ เปราะบาง ซึ่งทำให้เราไม่ต้องการที่จะยอมรับมัน แต่ความโกรธทำให้เรารู้สึกเหนือ มีอำนาจ มีพลัง เมื่อเราปฏิเสธความเสียใจแต่แสดงออกมาเป็นความโกรธ ทำให้ผู้อื่นไม่ได้เข้าใจเราอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ยอมรับตัวเองอย่างแท้จริง

การแก้ปัญหาจึงไม่ได้เป็นการพยายามเข้าใจและยอมรับความเสียใจที่เรามี ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ถูกแก้ไขเพราะสภาวะอารมณ์เบื้องลึกที่รู้สึกไม่ได้ถูกสำรวจและเข้าใจ หากตัวเราเองยังไม่สามารถเข้าใจและยอมรับอารมณ์ของตนเองได้ การจะให้ผู้อื่นเข้าใจและยอมรับเราก็จะยิ่งยากขึ้นเช่นกัน

สุดท้ายนี้การที่เราไม่ยอมรับอารมณ์ความรู้สึกทุกความรู้สึกที่เรามีจะทำให้เราไม่สามารถยอมรับตัวเองได้อย่างแท้จริงและสมบูรณ์ ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ มีพฤติกรรมหรือตัดสินใจสิ่งต่างๆโดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความรู้สึกและความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจและความสัมพันธ์ต่อไปได้ บทความหน้าจะกล่าวถึงแนวทางในการวิเคราะห์และพิจารณาความรู้สึกและการยอมรับความรู้สึกของตนเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก