6 วิธี จัดการความเครียดจากการเรียนและการสอบช่วงโควิด

6 วิธี จัดการความเครียดจากการเรียนและการสอบช่วงโควิด

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 ที่ไม่แน่นอน อาจส่งผลให้นักเรียน นักศึกษาเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจ กังวลเกี่ยวกับการเรียนและการสอบ กลัวเรียนไม่เข้าใจ ประสบความยากลำบากในการทำรายงานโดยเฉพาะงานกลุ่ม และทำข้อสอบได้ไม่ดีเท่าที่ตั้งใจ หรืออาจเกิดความหงุดหงิดเพราะไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของตน ไม่ว่าจะผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา


การต้องอยู่กับความไม่แน่นอน และความรู้สึกกังวลเหล่านี้ อาจนำไปสู่ความรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย สิ้นหวังถึงอนาคตทางการเรียนและการทำงานของตนเอง บทความนี้ขอนำเสนอ 6 แนวทางการดูแลจิตใจตัวเองและการจัดการกับความเครียดจากการเรียนและการสอบในช่วงนี้ให้นักเรียน นักศึกษาเพื่อนำไปใช้ต่อไป

1. ถามตัวเองว่าเรารู้สึกอะไร แล้วรู้สึกแบบนี้เพราะอะไร

เราลองถามตัวเองว่าสิ่งที่เรารู้สึกตอนนี้คือความกังวล กลัวกับผลการสอบที่จะไม่ได้ตามที่หวังไว้รึเปล่า

แล้วลองถามต่อว่า ความคาดหวังนั้นเป็นความคาดหวังที่มาจากไหน เพื่อใคร บางทีเราคาดหวังว่าเราจะต้องทำให้ได้ดีที่สุด แต่คำว่าดีที่สุดนั้น ไม่ได้ดีที่สุดตามความเป็นจริงในเงื่อนไขของระยะเวลาในการเตรียมตัวที่เรามี แต่ต้องดีที่สุดในสายตาของผู้ปกครองหรือครูอาจารย์

เพราะเราอยากทำให้พวกเขาภูมิใจ ไม่ผิดหวัง การแบกรับความคาดหวังของผู้อื่นนั้นเพิ่มความเครียดให้เราอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและทำให้เราไม่สามารถยอมรับตนเองหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นจงพยายามปรับความคิดของตนว่า เมื่อผู้อื่นมีความคาดหวัง นั่นเป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของเรา

  1. ภาวะที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ชั่วคราว เปลี่ยนแปลงได้ และไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคต

ความรู้สึกหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ ความหงุดหงิดต่อสถานการณ์ที่คิดว่าไม่ยุติธรรมสำหรับเรา ทำไมเราจึงต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ เกิดเป็นความท้อแท้ เบื่อหน่าย สิ้นหวังต่ออนาคตได้

ความรู้สึกเหล่านี้ ทำให้เราลืมมองความจริงอีกข้อหนึ่งไปว่า ภาวะที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันเป็น ภาวะชั่วคราว

แม้ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้เรารู้สึกและคิดทำนายล่วงหน้าว่ามันสามารถส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น การไม่สามารถเข้าศึกษาต่อในคณะ หรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการ ทำให้ให้กังวลต่อไปว่าจะไม่ได้ทำงานที่ต้องการและไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต อุปสรรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจทำให้เราคิดล่วงหน้าว่าอนาคตของจะไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้ แต่ในความเป็นจริงนั้นอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงได้

อุปสรรคในปัจจุบันไม่สามารถทำนายความล้มเหลวในอนาคตได้ ขณะเดียวกันความสำเร็จราบรื่นในปัจจุบันก็ไม่สามารถทำนายความสำเร็จ โดยเฉพาะความสุขของเราในอนาคตได้

สิ่งที่เราทำได้ คือ ทำปัจจุบัน “ภายใต้เงื่อนไขที่เรามี” ในแต่ละช่วงของชีวิตให้ดีที่สุด การเสียเวลาและโอกาสในปัจจุบันเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดและกังวลใจ แต่อย่าปล่อยให้อุปสรรคนี้ทำให้เราสิ้นหวัง ไม่พยายามหรือไม่ยอมที่จะเริ่มต้นอีกครั้ง

3. พยายามอยู่กับสิ่งที่ควบคุมได้

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและมีหลายๆอย่างที่อยู่เหนือความควบคุมของเราอาจทำให้เรายิ่งรู้สึกเครียดและกังวลใจ

ขอให้เราพยายามดึงสติตนเองกลับมาอยู่กับสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา สิ่งที่เราทำเองได้ในปัจจุบันและพยายามทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด เช่น การเตรียมตัวอ่านหนังสือ กำหนดตารางเวลาในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีเวลาทบทวนเนื้อหาที่เรียน เวลาพักผ่อนและเวลาดูแลตนเอง วางแผนกำหนดระยะเวลาที่จะใช้เพื่อทบทวนแต่ละบทเรียนให้ทันก่อนสอบ การสร้างตารางที่ชัดเจนให้กับชีวิตประจำวันของเราจะช่วยให้เรารู้สึกว่าเรายังสามารถควบคุมสิ่งต่างๆในชีวิตได้


สำรวจตนเองว่าช่วงเวลาใดที่เราตื่นตัวได้ดีที่สุดแล้วพยายามใช้เวลาตรงนั้นในการอ่านหนังสือ รวมถึงสำรวจตนเองว่าสภาพแวดล้อมใดที่เหมาะกับการเรียนของเราได้มากที่สุด เราจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อเราอยู่เงียบๆ หรืออยู่กับเพื่อนๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราลองหาเวลาอยู่เงียบๆหรือลองจับกลุ่มกับเพื่อนเพื่อทบทวนเนื้อหาด้วยกัน

4. การเห็นใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญและไม่ใช่เป็นการหาข้ออ้างให้กับตนเอง

สถานการณ์ความเครียดที่เกิดขึ้นกับเรานั้น เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก กดดัน และไม่แน่นอน หากใครไม่ได้เผชิญสถานการณ์แบบเดียวกับเราก็คงไม่สามารถเข้าใจเราได้

ดังนั้นการเห็นใจตนเองที่ต้องมาเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ผู้ที่ไม่เข้าใจบางคนอาจมองว่าเรากำลังหาข้ออ้างให้กับตนเองเพื่อเรียกร้องความเห็นใจเป็นพิเศษ ขอให้เราพยายามอย่าใส่ใจกับคำพูดของคนเหล่านั้นและอย่ารู้สึกผิดหากเราเกิดความสงสารหรือเห็นใจตนเอง และอยากที่จะให้เวลาดูแลจิตใจและร่างกายของเราให้มากกว่าเดิม

5. การดูแลตัวเองหรือให้ความสุขกับตัวเองไม่ใช่การเสียเวลา

การดูแลตัวเองและการให้ความสุขกับตนเองนั้นไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน นอนหลับ หาความสุขให้กับชีวิตบ้าง เช่น หาเวลาไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ชอบ ไปเที่ยว หรือพักดูซีรีส์ต่างๆ ไม่ใช่การเสียเวลาแต่อย่างใด

หากเรากำหนดตารางและขอบเขตเวลาให้กับตนเองที่ชัดเจน เช่น เราจะให้เวลาตนเองในการพักผ่อน ทำกิจกรรมที่เราชอบประมาณหนึ่งหรือสองชั่วโมงหลังจากเราทบทวนเนื้อหาในบทนี้จบ การให้รางวัลกับตนเองจะช่วยผลักดันให้เราไปต่อได้

ในทางกลับกันการปล่อยปละละเลย ไม่ใช่ใส่ตนเอง ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียน การอ่านหนังสือจนร่างกายและจิตใจไม่ได้พักอย่างเต็มที่ จะยิ่งทำให้เราไม่สามารถเรียนรู้จดจำเนื้อหาต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งทำให้เสียเวลาไปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะหากเราจะต้องมาเสียเวลากับความรู้สึกผิดต่างๆที่เกิดขึ้น

การดูแลตนเองนั้นรวมถึงการทำกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกว่าตนเองมีประโยชน์แก่ผู้อื่นซึ่งจะช่วยให้เรารู้สึกดีต่อตนเองและรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อสังคม เกิดเป็นความรู้สึกดีที่มีต่อตนเองและเป็นกำลังใจในการเผชิญกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

6. พูดคุยกับคนที่เข้าใจ

การดูแลตนเองอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ การได้พูดคุยกับคนที่เข้าใจเรา พยายามอย่าเก็บความเครียด ความกังวล ความหงุดหงิดใจไว้คนเดียว ลองนึกถึงคนรอบตัวที่เราจะสามารถพูดคุยและเปลี่ยนความรู้สึกให้แก่กันได้ บางคนจะคิดว่า พูดไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็แก้ไขอะไรไม่ได้ หรือคิดว่า แต่ละคนก็มีปัญหากันอยู่แล้ว เราไม่อยากไปรบกวนใคร

ในความเป็นจริงแล้ว การได้คุยกับคนที่เข้าใจเราจะช่วยให้เราไม่รู้สึกว่าเราต้องเผชิญปัญหาอยู่คนเดียว ทำให้เรามีกำลังใจที่จะสู้ต่อและอยู่กับปัญหาได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันการที่เราแสดงความรู้สึกของเราให้ผู้อื่นฟังรวมถึงการรับฟังความรู้สึกของผู้อื่นก็เป็นการช่วยให้คนอื่นรับรู้ว่าเขาก็ไม่ได้เผชิญกับสิ่งนี้ตามลำพังเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากเรารู้สึกว่าคนรอบตัวของเราไม่มีใครเข้าใจเราเลย ก็อย่าพยายามเก็บความรู้สึกที่มีไว้เพียงลำพัง แต่ขอให้ไปพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ที่เข้าใจเรา อย่ากลัวที่จะขอรับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หรือสามารถลองทำ แบบประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ ที่นี่

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก